คราวนี้มาถึงข้าวที่มาแรงตามกระแสอยู่ตอนนี้ นั่นก็คือข้าวไรซ์เบอร์รี่
เมื่อลองเช็คประวัติ ก็เลยพบว่า ข้าวไรซ์เบอร์รี่เป็นพันธุ์ข้าวที่ได้รับการปรับปรุงสายพันธุ์ด้วยการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิลซึ่งเป็นพ่อพันธุ์และข้าวขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งเป็นแม่พันธุ์
จึงเป็นการดึงลักษณะเด่นของข้าวสองสายพันธุ์ มารวมไว้เกิดเป็นข้าวที่มีรสชาติหอมมัน เนื้อเหนียวนุ่ม นิยมที่จะทำการขัดสีแค่เพียงบางส่วน จึงคงคุณค่าสารอาหารไว้มากมาย อีกทั้งมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองที่เมล็ดมีสีม่วง น่าดึงดูดให้ลิ้มลองมาก
เกษตรกรสามารถปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ได้ตลอดทั้งปี(ถ้ามีน้ำเพียงพอ) และสามารถต้านทานโรคใบไหม้ได้ดี ซึ่งก็คงช่วยให้ชาวนาให้ปลูกข้าวได้ผลผลิตที่ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามข้าวไรซ์เบอร์รี่ก็ไม่สามารถต้านทานโรคหลาวศัตรูพืชได้ดีนัก จึงต้องมีการเปลี่ยนเมล็ดพันธ์ในการปลูกทุกๆรอบ เพื่อให้ศัตรูพืชจับทางไม่ถูกนั่นเอง
สรรพคุณและประโยชน์ของข้าวไรซ์เบอร์รี่
"สุขภาพจะดีเยี่ยม และปลอดจากโรค เมื่ออาหารที่คุณทานเข้าไปเป็นยา"
นับวันโลกเรายิ่งอยู่ยากเข้าไปทุกที ทั้งโรคภัยไข้เจ็บ และร่างกายที่อ่อนแอลงจากการทำงานหนัก ร่างกายที่อ่อนแอ ต้องการสารอาหารมาช่วยบำรุง สารพัดยาบำรุงที่แข่งกันผลิตออกมาขายดิบขายดี สารอาหารที่อยู่ในยาบำรุงเหล่านั้นมันก็สกัดมาจากธรรมชาตินี่เอง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ มีให้เราเยอะแยะมากมายทั้ง เบต้าแคโรทีน แกมมาโอไรซานอล วิตามินอี วิตามินบี 1 ลูทีน แทนนิน สังกะสี โอเมก้า 3 ธาตุเหล็ก โพลีฟีนอล และเส้นใยอาหาร เป็นต้น ป้องกันโรคร้ายต่างๆได้มากมายได้แก่ โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคสมองเสื่อม โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดโรคโลหิตจาง เป็นต้น อีกทั้งยังมีส่วนช่วยสร้างคอลลาเจนเพื่อช่วยในการชะลอความแก่ ลดระดับไขมัน และคอเลสเตอรอลได้อีก
ส่วนผมเองที่เห็นชัดๆเลย พอกินแล้วถ่ายสะดวก ท้องไม่ผูก แค่กินง่ายถ่ายคล่อง ก็ทำให้ชีวิตดี๊ดีแไหนแล้ว
โอ้โห...นี่มันยาอายุวัฒนะในตำนานชัดๆ ไม่ต้องไปปีนยอดเขาเหลียงซาน ไม่ต้องไปดำน้ำหาในมหาสมุทรอันสุดลึก ง่ายๆ แค่กินข้าว!!!!!

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น